เมื่อ’นายกฯปู’กลายเป็น’นายกฯป๔’ อิทธิพลโซเชียลฯ ทำ’เซเลบ’เจ็บแบบไม่ตั้งใจ

นายก

“การสื่อสารในโลกยุคปัจจุบันจะว่าไปก็เหมือนเป็น “ดาบสองคม” ถึงแม้จะช่วยให้สามารถรายงานข่าวได้รวดเร็ว ชนิดที่เรียกว่า “ถ่ายทอดสด” แต่หากข้อมูลที่นำเสนอออกไป เกิดผิดพลาด หรือ สื่อสารไปผิดความหมาย ไม่ว่า ตั้งใจ หรือ ไม่ตั้งใจก็ตาม ก็อาจทำให้ประชาชนเกิดการเข้าใจผิด กลายเป็นเรื่องใหญ่โตระดับประเทศ ที่ต้องตามแก้จนวุ่นวายในภายหลังได้ ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่ขาดไม่ได้ในการทำข่าว ก็คือ การตรวจทานเนื้อข่าวให้มั่นใจเสียก่อน…”
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ กับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ที่ทำให้ นักข่าวคนดัง อย่าง น.ส.วาสนา นาน่วม ซึ่งเป็นที่ยอมรับในวงการนักข่าวว่า มีความเจนจัดโดยเฉพาะในเรื่องของทหาร กองทัพ ที่หาตัวจับได้ยาก ถึงต้องยอมออกมาขอโทษกับสังคม อย่างใหญ่โตในโลกโซเชียลมีเดีย เพียงกับประเด็นที่พิมพ์แป้นพิมพ์ส่งข่าวผิด จากที่ต้องการพิมพ์ คำว่า “นายกฯปู” แต่ด้วยความรีบเร่งที่ต้องการรายงานข่าว นิ้วไปจิ้มแป้นพิมพ์ ในโทรศัพท์มือถือผิดแบบไม่ตั้งใจ จนกลายเป็น “นายกฯป๔” ทำให้ถูกกระแสกลุ่มแฟนคลับนายกฯ หญิง รุมถล่มอย่างหนัก ร้อนจนเจ้าตัวต้องรีบออกมาโพสต์ข้อความเพื่อแก้ไข และ ขอโทษ แบบที่เรียกว่ายาวเหยียด เป็นเรื่องเป็นราว เลยก็แล้วกัน

 

“หมายเหตุแห่งความผิดพลาด…..เนื่องจากความรีบเร่งในการโพสต์ เฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ เมื่อคืนในงานวันกองทัพอากาศ จึงทำให้จิ้มผิด จาก “นายกฯปู” เป็น “นายกฯป๔” ส่งผลให้ถูกนำมาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างรุนแรง …วาสนา เพิ่งมาเห็นตอนเช้า ยังตกใจในความผิดพลาดของตัวเอง…วาส ต้องขออภัยในความผิดพลาด จากการจิ้มไอโฟนผิด อยู่ในงานไฟไม่สว่างนัก แล้วไม่ได้ตรวจดูก่อนโพสต์ เพราะใช้เวลาระหว่างการทำข่าว ถ่ายรูป สั้นๆ ในการรีบโพสต์ภาพ เลยไม่ได้ทันมอง ที่สำคัญ ได้ก๊อบปี้ข้อความเดียวกัน ไว้เพื่อโพสต์ใน ทวิตเตอร์ ด้วย จึงทำให้เขียนผิด ทั้งสองอย่าง ทำให้ดูเหมือนวาสนาตั้งใจ แต่หากดูทั้งประโยค วาสพิมพ์ผิดหลายจุดมาก บางทีตอนพิมพ์ก็ไม่ผิด แต่พอมาโพสต์แล้ว บางอักษรกลายเป็นขยะ ก็มีเกิดขึ้นบ่อยๆ แต่ก็ต้องยอมรับในความผิดของตัวเอง

 

ที่สัญญาว่า ต่อไปจะระวัง จะอ่านทบทวนก่อน ไม่รีบ เพราะอยากจะให้แฟนๆ รับทราบข่าวและภาพทันเหตุการณ์ อยากย้ำว่า วาส เป็นนักข่าว ไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินคนอื่น หรือดูถูกคนอื่น แบบนี้ ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นนายกรัฐมนตรี หรือไม่ ต่อให้เป็นชาวนา เป็นคนกวาดถนน เก็บขยะ ของเก่า ที่แม้เขาอาจจะไม่ได้เรียนแม้แต่ ป.๔ วาสนาก็ไม่มีสิทธิ์ไปตำหนิเขา เพราะบางทีประสบการณ์ชีวิตของคนเหล่านี้ มีค่าสูงส่ง กว่าปริญญาตรี หรือปริญญาโท ที่วาส ร่ำเรียนมาเสียอีก ที่สำคัญ วาส เป็นคนเคร่งครัดในจุดยืน ที่ไม่เข้าข้างใคร มองทุกอย่างตามเนื้อผ้าและข้อมูล แฟนๆ เพื่อนๆ น่าจะเข้าใจ ไม่อย่างนั้น เพื่อนๆ ของวาส ก็คงไม่มีหลากหลายสี เช่นนี้ ดังนั้น ถ้าเวลา วาส พิมพ์ผิด ก็ได้โปรดเข้าใจ อย่าเอามาเป็นประเด็น แล้ววิพากษ์กันต่ออย่างรุนแรง หรืออย่างน้อยก็พิมพ์เตือนมาก็ยังดี ผ่าน Direct Message ที่วาส จะอ่านทุกข้อความ… แต่ต่อไป วาส จะรอบคอบมากขึ้น และจะพยายามเข้ามาอ่านโพสต์และคอมเมนต์ต่างๆ แต่เนื่องจากที่ผ่านมา ไม่มีเวลาจริงๆ อีกทั้งมีคอมเมนต์เข้ามามาก ก็ตอบไม่หมด งานนี้ วาส ได้บทเรียนหลายเรื่อง ในเรื่องของโซเชียล มีเดีย และทำให้ตนเองต้องปรับเรื่องความรอบคอบ ไม่อย่างนั้นจะเสียหายและบานปลาย แถมส่งผลให้เพื่อนๆ แฟนๆ เข้าใจผิดในตัว วาส ไปด้วย

…วาส เป็นคนตรงๆ เวลาเห็น นายกฯ ปู สวย ก็บอกว่า สวย วันไหนได้เจอ แล้วหน้านายกฯ โทรมๆ ฟูๆ ก็จะบอกว่า หน้าเหมือน เจ๊แดง ถ้าเจอ พี่มาร์ค อภิสิทธิ์ ก็จะบอกว่า หล่อตลอด แต่ก็จะมองว่า มีฝ้าขึ้นมาแผ่นใหญ่ ทำให้หมองไปบ้าง…อย่างน้อยเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ก็มั่นใจได้ว่า ยังมีนักข่าว อย่าง วาส หลงเหลืออยู่ อย่าให้ต้องเกลียด ไม่ชอบ หรือรักใครตามที่เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ต้องการเลย….ปล่อยให้นักข่าวได้มีพื้นที่ยืนตรงกลาง อย่ากดดันให้ไปอยู่ฝั่งไหนเลยนะคะ จะได้มีนักข่าวทำหน้าที่แบบไร้ข้อจำกัด และมอง วิเคราะห์ แบบไม่ติดเรื่องขั้วอำนาจหรือสี วาส เชื่อมั่นและภูมิใจในตัวเองมาตลอดว่า วาส ทำได้ และทำได้ดีพอสมควร ทุกวันนี้ ดูได้ทั้ง ทีวี.เหลือง ทีวี.แดง หนังสือพิมพ์หัวสีต่างๆ เพื่อศึกษา และดูว่าแต่ละฝ่ายคิดและจะทำอะไรกัน….อยากให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ยังไม่เลือกข้าง ให้ยืนอยู่ตรงกลาง จะทำให้เรามองภาพการเมืองและวิเคราะห์ได้ถูก และศึกษามันอย่างสนุก และน่าสนใจ ส่วนคนที่เลือกข้างแล้ว ก็ไม่ว่ากัน เพราะทุกคนย่อมมีเหตุผลของตนเอง แต่จะดีมาก ถ้าเราจะเปิดใจมองคนที่เราเกลียด หรือมองคนที่เรารัก ในมุมอื่นบ้าง
ทุกคนย่อมมี Dark side และก็ย่อมมีส่วนดีในตัวเอง อยู่ที่ว่าเราจะมองด้านไหน การละโลภความเกลียดชังมากมาย หรือรักสุดหัวใจ ลงบ้าง จะทำให้จิตใจเราผ่อนคลายขึ้น ทนฟังคนเห็นต่าง คนเห็นต่างหรือต่างสี เป็นเพื่อนพี่น้องได้ เริ่มจากเรื่องแค่นี้ แล้วไม่นานสังคมไทยจะค่อยๆ ดีขึ้น ความคิดเห็น ขั้วสีมีได้ แต่อย่าเอามาเป็นกำแพงกีดกั้นมิตรภาพ จากคนต่างสี หรือทำให้มองคนคิดต่าง เป็นศัตรู ยอมรับและให้เกียรติในการเลือกข้าง เลือกสี แต่ไม่ต้องเป็นศัตรูกัน แล้วช่วยกันตรวจสอบทุกสี ทุกขั้ว โดยยึดความถูกต้อง และชาติ เป็นหลัก…วาส เชื่อว่า เราจะอยู่กันใน เฟซบุ๊ก อย่างมีความสุข

 

แล้ว วาส ก็ขอยืนยันว่า วาส จะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด บางครั้งมี ซีเรียส บางครั้งก็มีขำๆ ผ่อนคลาย ในหน้าเพจ มีเรื่องส่วนตัว เพื่อนฝูงบ้าง เพราะเฟซบุ๊กมันเป็นเวทีส่วนตัว ที่บางทีอาจทำให้คนที่อยากบริโภคแต่ข่าวสาร รำคาญบ้าง แต่โปรดทำใจ…. ถ้าคุณๆ ยอมรับ นักข่าวอย่าง วาส ที่คุณๆ อาจงงๆ ว่าสีไหน จะเหลืองก็ไม่เหลือง จะแดงก็ไม่เชิงจะโปรดทหาร หรือไม่ชอบทหาร หรือทำไมทหารไม่ชอบ ชอบด่าวาส คนนี้ได้ คุณจะอ่านเพจนี้อย่างมีความสุขและได้ความรู้ ค่ะ เพราะวาส ไม่ใช่พวกไหน สีไหน แต่จะอยู่เคียงข้างทุกคนทุกสี เมื่อมีจุดร่วมแห่งความถูกต้อง ค่ะ…..จบข่าว”

ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ได้ลองตรวจสอบแป้นพิมพ์ที่อยู่ในเครื่องโทรศัพท์ไอโฟน เห็นได้ชัด โดยเฉพาะผู้ที่ต้องใช้งานเป็นประจำจะทราบดีว่า แป้นพิมพ์ “สระ ู” กับเลข”๔” อยู่ชิดติดกันมาก ทั้งมีขนาดเล็ก ทำให้นิ้วจิ้มลำบากยอมรับว่า มีโอกาสเสี่ยงที่จะพิมพ์ผิดสูง ประกอบกับ คนทำงานอาชีพนักข่าว ก็แน่นอนว่า ต้องมีหน้าที่รายงานข่าว ที่เกิดขึ้นในสนามให้พี่น้องประชาชน ได้ทราบทุกความเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วที่สุด ยิ่งปัจจุบันโลกของเรามีเทคโนโลยี ที่ทันสมัย สามารถเข้าถึง ข้อมูลข่าวสารแพร่หลายไปได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุมไปทั้งโลก ทั้ง เฟซบุ๊ก-ทวิตเตอร์

 

โดยหากเรื่องนี้เกิดขึ้นกับบุคคลธรรมดา ก็คงไม่มีผลกระทบมากนั้น แต่พอมาเกิดกับคนดังอย่าง “วาสนา” ก็กลับกลายเป็นเรื่อง เป็นราวใหญ่โต เชื่อว่า สังคมในโลกโซเชียลฯ โดยเฉพาะกลุ่มแฟนคลับที่ชื่นชอบในตัว นายกรัฐมนตรี คงให้อภัย และไม่เก็บเอาเรื่องนี้มาใส่ใจแน่

แต่อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่เป็นสื่อมวลชนด้วยกัน ก็คงไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ นอกจากอยากจะเตือนไปถึงเหยี่ยวข่าว ทั้งในสนามและนอกสนามข่าวทุกคน ต้องมีความระมัดระวังอย่างยิ่งยวด ในการรายงาน หรือ ส่งข่าวมากที่สุด เพราะด้วย เทคโนโลยี สื่อสารในโลกยุคปัจจุบัน จะว่าไปก็เหมือนเป็น”ดาบสองคม” ถึงแม้ จะรายงานได้รวดเร็ว ชนิดที่เรียกว่า”ถ่ายทอดสด” แต่หากข้อมูลที่นำเสนอออกไปเกิดผิดพลาด หรือ สื่อสารไปผิดความหมาย ไม่ว่า ตั้งใจ หรือ ไม่ตั้งใจ ก็ตาม ก็อาจทำให้ประชาชนเกิดการเข้าใจผิด กลายเป็นเรื่องใหญ่โตระดับประเทศ ที่ต้องตามแก้ข่าวจนวุ่นวายในภายหลังได้
ดังนั้น สิ่งที่สำคัญอีกอย่าง ที่ขาดไม่ได้ในการทำข่าว ก็คือ การตรวจทานเนื้อข่าวหลายๆ ครั้ง ด้วยว่า มีเนื้อหาถูกต้อง หรือไม่ อย่างไร? ถึงแม้เข้าใจว่า งานข่าวปัจจุบัน มันต้องแข่งขันกันมาก ทั้งเวลาและตัวบุคคล แต่การเช็กข่าวก่อนส่ง ก็มีความสำคัญไม่อาจที่จะให้ความละเลยได้ เพราะต้องไม่ลืมว่า นั่นหมายถึงเครดิต และหน้าตา ขององค์กรข่าวนั้นด้วยว่าน่าเชื่อถือระดับใด

ที่ว่ามาทั้งหมดไม่ได้มีเจตนาจะตำหนิใคร… ก็ขอให้นำกรณีตัวอย่างนี้ ยกเป็น “อุทาหรณ์” เตือน เหล่า “นกน้อยในไร่ส้ม” หรือคนที่ไม่ใช่ก็ตาม ให้ต้องมีการตรวจทาน ก่อนที่จะนำข้อมูลชิ้นนั้นนำเสนอออกสู่สาธารณชน….

 

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/pol/338066

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s